พาส่อง Virtual Run วิธีการวิ่งแบบใหม่บนโลก Online

เพื่อนๆเคยคิดไหมว่าการจัดงานวิ่งมาราธอนครั้งนึงต้องเตรียมอะไรบ้าง? ไหนจะต้องหาสถานที่ จุดบริการน้ำ การลงทะเบียนต่างๆ หรือแม้แต่วันเวลาที่ทำให้หลายๆคนอาจจะไม่สะดวกที่จะเข้าร่วมนัก ซึ่งช่วงหลัง 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดวิธีการวิ่งแบบไหนซึ่งมาจากคอนเซ็ปต์ว่าวิ่งที่ไหนก็ได้โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งกฏกติกาก็ไม่ยาก นั่นก็คือ วิ่งยังไงก็ได้ให้ครบระยะ ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งก็อาจจะเป็น 1 วัน  หรือ 1 เดือน และส่งผลวิ่งเข้าไปเพื่อเป็นการสะสมระยะทางวิ่งนั่นเอง แต่ทว่าการทำแบบนี้ก็จำเป็นต้องอาศัยความซื่อสัตย์ของนักวิ่งพอสมควรเลยทีเดียว

ซึ่งช่วงหลังการวิ่งแบบ Virtual Run ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น จนงานวิ่งใหญ่ๆก็ได้มีการนำไปจัดร่วมกับการวิ่งแบบปกติ อย่างเช่น New York Marathon ที่มี TCS New York City Marathon – Virtual 26.2M ก็มีการให้นักวิ่งสามารถวิ่งแข่งไปพร้อมๆกับนักวิ่งบนสนามจริง โดยมีการ Cut Off ระยะทางโดยอ้างอิงจากเวลาจริงบนสนาม ซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถวิ่งจากที่ไหนก็ได้บนโลก!! (น่าสนุกจังเลย *o* )

เราลองมาดูการเปรียบเทียบความแตกต่างของการวิ่งแบบปกติกับ Virtual Run กันดีกว่า

ความสะดวก

ข้อนี้ต้องยกคะแนนให้ Virtual Run ไป เนื่องจากหลังจากที่เราลงทะเบียนแล้ว เราสามารถวิ่งที่ไหนก็ได้ ซึ่งต่างจากงานวิ่งแบบปกติ ที่ต้องลุ้นอีกทีว่าสถานที่จริงจะเป็นยังไง

ความยืดหยุ่น

ในเรื่องของความยืดหยุ่นก็คงต้องยกคะแนนให้ Virtual Run อีกครั้งเนื่องจากเพื่อนๆไม่จำเป็นต้องวิ่งให้ครบภายในวันเดียว อาจจะวิ่งเสร็จละพักไปกินหมูกะทะต่อก็ได้ ในขณะที่งานวิ่งแบบปกติ มีตัวเลือกแค่ Finish หรือ DNF ในวันนั้นเลย

บรรยากาศ

ข้อนี้แอดแอบเทคะแนนให้การวิ่งแบบปกติล่ะ >< เพราะว่าไปงานวิ่งจริงๆก็ต้องได้บรรยากาศกว่าอยู่แล้ว ทั้งเจอผู้คน ทั้งวิ่งในสถานที่จริง ได้ฟิลลิ่งแบบงานวิ่งจริงๆ ซึ่งผู้คนที่เจอ ก็อาจจะเป็นเพื่อนนักวิ่งในอนาคตของเราก็เป็นไปได้

ของรางวัล

ข้อนี้ก็คงต้องยกให้การวิ่งแบบปกติเช่นกัน เพราะเพื่อนๆสามารถรับเหรียญรางวัล หรือ เสื้อได้ทันทีที่งาน แต่ถ้าเป็น Virtual Run อาจจะต้องรอนิดนึงกว่าของรางวัลจะส่งมาถึงบ้าน

การลงทะเบียน

Virtual Run สามารถลงทะเบียนได้เรื่อยๆ หรือจนกว่าของรางวัลจะหมด ในขณะที่งานวิ่งแบบปกติ ยังไม่ทันได้หายใจเลย ก็เต็มซะแล้ว ><

ขั้นตอนในการวิ่ง

อาจจะต้องยอมรับนิดนึงว่าการวิ่งแบบ Virtual Run กว่าจะสะสมระยะทางครบก็อาจจะใช้หลายขั้นตอน กว่าเราจะส่งผลวิ่งไปยืนยันให้ครบระยะทาง ในขณะที่การวิ่งแบบปกติสามารถอ้างอิงระยะทางได้ที่งานเลยทันที

ที่แอดเปรียบเทียบก็คงไม่ใช้ทั้งหมดของการวิ่ง การวิ่งแต่ละแบบก็ย่อมมีข้อดีในแบบของมัน ซึ่งก็ตอบโจทย์ Lifestyle ต่างกันนั่นเอง ซึ่งก็อยู่ที่เพื่อนๆแล้วค่า ว่าชอบที่จะวิ่งแบบไหน เลือกการวิ่งที่เหมาะกับตัวเพื่อนๆเองนี่แหละ ดีที่สุด ^^

ยังไงก็อย่าลืมติดตามกิจกรรมดีๆใน CalCal นะคะ

————————————————————————

สามารถโหลด CalCal แบบฟรีๆทั้งใน App Store และ Google Play นะคะ ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ

iOS: bit.ly/CalCaliOS

Android: bit.ly/CalCal

————————————————————————

#CalCal #LifestyleCalorieManagement #สุข(ภาพ)นิยมในแบบของคุณ