ไปงานวิ่งมาราธอนแล้วได้อะไร?

ปัจจุบันการวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก รวมถึงกิจกกรรมการวิ่งที่มีให้สมัครเข้าร่วมเช่น วิ่งมาราธอน ก็ผุดขึ้นมาจนเลือกไม่หวั่นไม่ไหวเลยทีเดียว ซึ่งก็มีให้เลือกหลายประเภทแบ่งตามระยะทาง เช่น การวิ่งเดินระยะสั้นๆประมาณ 5 km หรือที่มักเรียกว่า Fun Run การวิ่งมินิมาราธอน 10.5 km ฮาล์ฟมาราธอน ที่ระยะ 21 km หรือแบบฟูลมาราธอนที่ 42.195 km

สำหรับแอด ไม่ต้องถึงขนาดฟูลมาราธอนเลย แค่เดินไปเดินมา 2-3 กิโลเมตรก็หอบเป็นลมหน้ามืดแล้ว แล้วเพื่อนๆเคยคิดกันไหมคะ ว่าการวิ่งระยะไกลๆทำไมถึงยังมีคนเข้าร่วมกันมากมาย? วิ่งไปไกลๆแล้วได้อะไร? ซึ่งแอดคิดว่า มันคงเป็นเหตุผลอะไรที่มากกว่าแค่ ไปกับเพื่อน หรือเหรียญรางวัลแน่นอนค่ะ

ในวันนี้แอดได้มีแขกรับเชิญ 2 แขกพิเศษที่เป็นนักวิ่งมาราธอน ซึ่งจะมาเล่าสู่กันฟังว่าเค้าแต่ละคนมีแรงบัลดาลใจอะไรในการวิ่งไกลๆแต่ละครั้ง

แนะนำตัวกันหน่อย

มิก: ชื่อมิก Ittipol Thirasat ครับ โปรแกรมเมอร์และเป็นผู่ร่วมก่อตั้งบริษัท ActiMotive ครับ คนโชคดีที่เผาผลาญดีเลยกินเยอะได้แม้นอนกลิ้งไปวันๆ ครับ

เอ: สวัสดีค่ะ ชื่อ เอ Pathumas Chatchang ปทุมมาศ จัดแจง ปัจจุบัน มีอาชีพ เป็นบล็อกเกอร์ / ถ่ายแบบโฆษณาต่างๆ / เป็นเจ้าของ  ช่อง Papidoo ป่ะไปดู กิน-เที่ยว-แชะ บนยูทูป และ เป็นผู้ก่อตั้งโครงการ วิ่งหายเจ็บใจ ค่ะ

สถิติล่าสุดของแต่ละคนเป็นยังไงบ้าง

มิก: งานล่าสุดที่ลงคือบางแสน 42 km 2018 ครับ เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง สถิติก่อนล่าสุดก็บางแสน 42 km 2017 ครับ เวลา 7 ชั่วโมง 7 นาที

เอ: สถิติ 10 km อยู่ที่ 1 ชม 1 นาที

จุดเริ่มต้นของการวิ่ง มาได้ยังไง อะไรเป็นเหตุให้หลงรักการวิ่ง

มิก: มีคุณลุงที่เป็นญาติทางฝั่งคุณแม่คนนึงที่วิ่งมานานมากๆ แล้วครับ สมัยนั้นพอคุณลุงไปวิ่งที่ไหนเราก็กึ่งรวมญาติกันกลายๆ แล้วมีงานนึงที่ญาติก็ตัดสินใจให้เด็กๆ ลงด้วย ตอนนั้นอายุประมาณ 10 ขวบ ก็ได้ลงวิ่งกันอยู่พักนึงแล้วก็ห่างๆ ไปครับ โตมาก็นานๆ วิ่งทีแต่อาจจะเพราะโดนกระตุ้นตั้งแต่ตอนเด็กแล้วมั้งเลยไม่ค่อยรู้สึกอะไร

เอ: เนื่องจากเป็นโรคซึมเศร้า และ คุณหมอแนะนำให้ออกมาวิ่ง รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถ อ่านได้ที่เพจ วิ่งหายเจ็บใจ เลยนะคะ

แรงบันดาลใจในการวิ่งคืออะไร ต่างกับตอนที่เริ่มวิ่งตอนแรกไหม

มิก: อืออออ ต่างจากตอนแรกแน่ๆ ครับเพราะอันนั้นตามประสาเด็กคือลงตามเพื่อนๆ (ที่เป็นญาติอายุไล่เลี่ยกัน) ตอนนี้เป็นวิ่งเพราะอยากออกกำลังกายรักษาสภาพร่างกายเองมากกว่า ส่วนถ้าลงตามงานอันนั้นคือดูว่าอยากไป

เอ: ตอนนี้บันดาลใจต่างจากตอนแรกพอสมควร ตอนแรกเราวิ่งเพื่อตัวเองอย่างเดียว ตอนนี้เราอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนออกมาวิ่งด้วยกันค่ะ

ตั้งใจจะขยับระยะวิ่งให้ถึงเท่าไหร่?

มิก: ถ้าเป้าหมายเรื่องวิ่งตอนนี้คือจบ 10 km ภายใน 40 นาทีกับมาราธอน 42 km ภายใน 4 ชั่วโมงครับ

เอ: ปลายปีมี ลง ฟลูมาราธอนที่ ฟูจิ มาราธอน ประเทศญี่ปุ่นไว้ค่ะ น่าจะขยับมาเท่านี้ก่อนค่ะ

วิ่งแต่ละครั้งเตรียมตัวยังไงกันบ้าง

มิก: นอนให้เร็วหน่อยกับกินเยอะกว่าปกตินิดหน่อย (จริงๆก็ไม่หน่อยครับ เยอะกว่าปกติเยอะเลย 55555)

เอ: นอกจากซ้อม ตามปกติ / ยืดเหยียด วอร์มอัพ แล้ว ก็เตรียมชุด เตรียมพร๊อพ อื่นๆ ให้พร้อมค่ะ

มีอะไรแนะนำสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่ได้บ้าง?

มิก: ซ้อมแต่พอดีครับ อย่าหักโหม หนักไปก็ไม่ดี มีตั้งแต่ซ้อมแล้วเจ็บเลยเลิกไป หรือซ้อมแล้วแย่ลงเพราะร่างกายพักฟื้นไม่ทัน ไปจนถึงหัวใจ/สมองขาดเลือด ถ้ายังรู้จักร่างกายตัวเองไม่ดีพออย่าฝืนเพราะคิดว่ายังไปได้อีก

เอ: แนะนำว่า อย่าเพิ่งรีบค่ะ ค่อยๆ พัฒนา ด้านต่างๆ ไปเรื่อยๆ เรื่มจากเดินก่อนก็ได้ค่ะ แล้วก็เน้นความต่อเนื่องค่ะ

จากที่คุยมา ทั้งสองท่านก็มีแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน ซึ่งถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทั้งคู่วิ่งเข้าเส้นชัยได้นั่นเอง ซึ่ง CalCal ก็อยากให้เพื่อนๆค้นหาแรงบันดาลใจของตัวเองให้เจอ และตัดสินใจหยิบรองเท้าไปออกวิ่งเหมือนทั้งสองท่านนะคะ ^^

————————————————————————

ถ้าใครที่ต้องการเครื่องมือในการดูแลสุขภาพ แถมยังช่วยนับก้าวจากการเดินและวิ่ง พร้อมคำนวณเป็นแคลอรี่ให้อัตโนมัติ สามารถโหลด CalCal แบบฟรีๆทั้งใน App Store และ Google Play นะคะ ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ

iOS: bit.ly/CalCaliOS

Android: bit.ly/CalCal

————————————————————————

อ่อ..ตอนนี้ CalCal มี LINE แล้วนะ เพื่อนๆสามารถแอดมาแนะนำ / แจ้งปัญหา หรือแม้แต่นะคุยขำกับแอดได้เลยจ้าาา

LINE: @calcalth

website: https://www.cal-cal.com

ถ้าชอบบทความดีๆสนุกๆมีสาระ พร้อมแคลอรี่ ที่จะช่วยให้คุณทานอาหารและใช้ชีวิตอย่างมี ความสุข(ภาพ)แล้วล่ะก็… อย่าลืมกด Like และ ติดตาม CalCal กันนะคะ

#CalCal #LifestyleCalorieManagement #สุข(ภาพ)นิยมในแบบของคุณ