คุณกำลังเป็น หิดปลาทู (Hit The Plateau) โดยที่ไม่รู้ตัวรึเปล่า?

คุณกำลังเป็น หิดปลาทู (Hit The Plateau) โดยที่ไม่รู้ตัวรึเปล่า?

ความหวังของคนที่อยากลดน้ำหนักก็คือการทำให้ตัวเลขบนตาชั่งอยู่ในจุดที่ต้องการ ซึ่งหลายคนก็ ต้องพบความหนักใจเพราะต่อให้พยายามมากเท่าไหร่ ตัวเลขก็หยุดนิ่งไม่ขยับไปไหนเป็นเวลานาน จึงใช้ความกดดัน ความเครียด ความวิตกกังวลเป็นแรงพลังเฮือกสุดท้าย ฝืนคุมปริมาณ การกินให้น้อยกว่าเดิม ออกกำลังกายให้หนักกว่าเดิมเข้าไปอีก แต่จนแล้วจนรอดตัวเลขก็ไม่วายนิ่งอยู่กับที่อีก ซึ่งสภาวะนี้เราเรียกมันว่า หิดปลาทู (Hit The Plateau) หรือสภาวะเบิร์น ชนกำแพง

สาเหตุที่ทำให้คุณอยู่ในสภาวะ หิดปลาทู มักเกิดจากร่างกายตกอยู่ภายใต้ “ความเครียด” จาก การลดน้ำหนักแบบเดิมๆเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการลดน้ำหนักแบบ “กินน้อยๆ เบิร์นเยอะๆ” ซึ่งร่างกายเราจะปรับระบบเผาผลาญให้ช้าลงตามพฤติกรรมของเรา ทำให้แผนการลดน้ำหนักของเราไม่เห็นผล หรืออย่างมากก็ประคองไม่ให้ตัวเลขบนตราชั่งเพิ่มขึ้น ถึงแม้จะใช้แผนการลด น้ำหนักเดียวกับช่วงแรก นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเราถึงควรปรับแผนการลดน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา

หลายคนอาจจะคิดว่า เอ๊ะ! แล้วทำไมไม่กินให้น้อยลงกว่าเดิมล่ะ?
คำตอบคือร่างกายของเรามันฉลาดพอที่จะเอาตัวรอดนั่นเอง ร่างกายจะจับวิธีการเบิร์นของเรา และปรับระบบเผาผลาญ ให้ดึงพลังงานมาน้อยที่สุด เพื่อที่จะประทังชีวิต อีกทั้งยังจะดึงโปรตีนที่ ช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อมาเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนส่วนที่เสียไปเรียกว่าสภาวะ Metabolic Resistance หรือเป็นโหมดประหยัดพลังงานดีๆนี่เอง

ไม่เพียงเท่านี้ ร่างกายยังสั่งให้แสดงอาการต่างๆออกมาในรูปแบบต่างๆเช่น หิวโหย ต้องการของหวาน ซึมเศร้า อ่อนแรง เพื่อที่จะหาพลังงานทดแทนมาช่วยในส่วนที่เสียไป แล้วเราจะเอาชนะ หิดปลาทู ได้ยังไงล่ะ?

ง่ายๆเลยคือ Reset ระบบเผาผลาญใหม่ ซึ่งก่อนจะทำได้ เราต้องรู้ก่อนว่าร่างกายของเราต้อง ใช้พลังงาน และสารอาหารเท่าไหร่?

หลังจากนั้นก็ปล่อยตัวตามสบาย เอาเรื่องน้ำหนักออกจากหัว สัก 1 สัปดาห์ จากนั้นค่อยๆเพิ่มปริมาณอาหาร 5-10% ต่อสัปดาห์ โดยพยายามกินให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน ภายใต้กรอบพลังงานที่เราคำนวณไว้ข้างต้น ซึ่งแน่นอนว่าวิธีนี้จะทำให้น้ำหนักขึ้นมาแน่นอน แต่คิดไว้ว่า เรากินเพื่อที่จะลดอย่างยั่งยืน 55555 ซึ่งระยะเวลาก็จะขึ้นอยู่กับ ว่าระบบเผาผลาญเราฟื้นตัวได้เร็วเท่าไร และจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อน้ำหนักตัวเริ่มนิ่งไม่มากกว่าเดิม แสดงว่าร่างกายปรับระบบเผาผลาญเรียบร้อยแล้ว

ที่สำคัญนอกจากการปรับตัว เราก็ต้องอย่าลืมความสมดุลของชีวิต พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าหักโหมมากเกินไป และก็อย่าลืมหมั่นออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงต่อเนื่อง อย่าจดจ่อแต่ผลลัพธ์ที่เป็นตัวเลข เพราะนอกจากจะทำให้เราไม่มีความสุขแล้ว ยังทำให้สุขภาพเราแย่ตามไปด้วย ซึ่งต่อให้น้ำหนักจะลดลงได้จริง แต่ก็เป็นวิธีที่ไม่ยั่งยืนนั่นเอง CalCal เชื่อว่าวิธีที่ยั่งยืนควรเป็นทางที่เหมาะสมกับเรา ไม่ต้องถึงขนาดห้ามกินขนมหวาน แต่ให้กินในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไปนั่นเองค่ะ

ที่สำคัญควรหมั่นสังเกตุ จดบันทึก น้ำหนัก สัดส่วนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ปรับเปลี่ยนแผน ให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลานั่นเอง ซึ่งเพื่อนๆสามารถให้ CalCal ช่วยในเรื่องของการจดบันทึกน้ำหนัก การกินอาหาร และ การออกกำลังกายได้เลยจ้าาาา

สามารถโหลดแอพพลิเคชัน CalCal แบบฟรีๆ ได้แล้วใน App Store และ Google Play นะคะ
ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ

iOS: bit.ly/CalCaliOS
Android: bit.ly/CalCal

ถ้าชอบบทความดีๆสนุกๆมีสาระ พร้อมแคลอรี่ ที่จะช่วยให้คุณทานอาหารและใช้ชีวิตอย่างมี ความสุข(ภาพ)แล้วล่ะก้อ … อย่าลืมกด Like และ ติดตาม CalCal กันนะคะ
#CalCal #LifestyleCalorieManagement #สุข(ภาพ)นิยมในแบบของคุณ